Home

              นักวิจัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ไพโรจน์  นะเที่ยง

           

     การวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ 1) เพื่อสืบค้น/อธิบายกระบวนการทางภูมิปัญญาท้องถิ่นการผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานประเภทเข่งไม้ไผ่ ของชาวอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ 2) เพื่อวิเคราะห์/ทดสอบคุณสมบัติทางวิศวกรรมของเข่งไม้ไผ่และวัสดุที่ใช้ในการผลิตเข่งไม้ไผ่ที่ผลิตด้วยวิธีการทางภูมิปัญญาท้องถิ่น 3) เพื่อพัฒนารูปแบบและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์เข่งไม้ไผ่ ด้วยการออกแบบผลิตภัณฑ์ในด้านการเสริมความแข็งแรง ความทนทาน ความเหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน 4) เพื่อกำหนดมาตรฐานด้านการผลิตและรูปแบบผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานประเภทเข่งไม้ไผ่ที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะของอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ 5) เพื่อเผยแพร่และถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นการจักสานเข่งไม้ไผ่ของอำเภอลับแลสู่กลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่ในรูปแบบการจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมเพื่อการอนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นเครื่องจักสานเข่งไม้ไผ่ ผู้วิจัยเลือกใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ร่วมกับการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) โดยมีลักษณะเป็นการศึกษาแบบกรณีศึกษา (Case Study) เพื่อทำความเข้าใจและหาความจริงเชิงประจักษ์ (Empirical Inquiry) ถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับการผลิตเครื่องจักสานประเภทเข่งไม้ไผ่ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน อำเภอทองลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมุ่งหวังให้เกิดการการจัดการความรู้และพัฒนาชุดความรู้สำหรับใช้เป็นแนวทางในการอนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นการจักสานเข่งไม้ไผ่ของอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ต่อไป

ผลการพัฒนารูปแบบและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์เข่งไม้ไผ่ให้มีความแข็งแรง ความทนทาน ความเหมาะสมกับลักษณะการใช้งานและมีรูปแบบที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัวของผลิตภัณฑ์เข่งไม้ไผ่ของอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ประกอบด้วย ด้านขนาดของวัสดุตอกที่นำมาใช้สำหรับเป็นส่วนประกอบหลักสำหรับการจักสานเข่งไม้ไผ่ ได้แก่ ไม้ขัดก้นเข่งจะต้องมีขนาดความยาวประมาณ 50 เซนติเมตร หนาไม่น้อยกว่า 8-10 มิลลิเมตร และมีปลายแหลมทั้งสองด้าน ไม้เสริมก้นเข่งจะต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 4.00 มิลลิเมตร ความยาวไม่น้อยกว่า 60.00 เซนติเมตร และมีปลายแหลมทั้งสองด้าน ส่วนของลำตัวเข่งตอกเส้นตั้ง “ซัง” จะต้องมีขนาดความกว้าง 1.50 มิลลิเมตร ความหนา 1.50-1.60 มิลลิเมตร โดยเส้นตอกที่ใช้สำหรับการสานลำตัวเข่งเส้นตั้ง “ซัง” จะต้องมีขนาดความยาวไม่น้อย 2.5 เมตรขึ้นไป ส่วนตอกที่ใช้สำรับสานลำตัวเข่งตอกเส้นนอน “ตอกสาน”จะต้องมีขนาดความกว้าง 1.50 มิลลิเมตร ความหนา 1.50-1.60 มิลลิเมตร และมีความยาวอย่างน้อย 4 เมตร ขึ้นไป ส่วนตอกที่ใช้สำหรับสานปากเข่ง”ตอกไพปาก”มีขนาดความกว้าง 4.00 มิลลิเมตร ความหนา 3.00 มิลลิเมตร และมีความยาวอย่างน้อย 4 เมตร ขึ้นไป ส่วนหูของเข่งไม้ไผ่ จะต้องใช้เส้นหวายหรือเส้นเชือกพลาสติก (ไนลอน) ขนาดความยาว 2 เมตร ด้านขนาด (Size) สัดส่วนของผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานประเภทเข่งไม้ไผ่ของอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ มี 2 แบบ ประกอบไปด้วย ประเภทที่ 1 “เข่งขึ้น” เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานประเภทเข่งไม้ไผ่ที่ใช้มีจุดประสงเพื่อนำไปใช้ประโยชน์เฉพาะ โดยมุ่งเน้นเอาไปใช้เพื่อการขนส่งผลไม้ในระหว่างการเก็บเกี่ยวลงมาจากต้น โดยขนาดของเข่งขึ้นจะมีขนาดความกว้างของก้นเข่งเท่ากับ 36.00 เซนติเมตร (เมื่อวัดในแนวเส้นทแยงมุมที่ก้นเข่ง) ความสูงของเข่ง (วัดจากระดับพื้นถึงปากเข่ง) 40.00 เซนติเมตร ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางปากเข่ง 45.00 เซนติเมตร ประเภทที่ 2 “เข่งขน” เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานประเภทเข่งไม้ไผ่ที่ใช้มีจุดประสงเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทั่วไป โดยมุ่งเน้นเอาไปใช้เพื่อการขนส่งผลไม้ในหลังจากการเก็บเกี่ยวเพื่อจัดจำหน่ายให้กับพ่อค้าคนกลางที่มารับซื้อ โดยขนาดของเข่งขนจะมีขนาดความกว้างของก้นเข่งเท่ากับ 40.00 เซนติเมตร (เมื่อวัดในแนวเส้นทแยงมุมที่ก้นเข่ง) ความสูงของเข่ง (วัดจากระดับพื้นถึงปากเข่ง) 45.00 เซนติเมตร ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางปากเข่ง 47.00 เซนติเมตร ด้านลักษณะผลิตภัณฑ์ที่แสดงถึงอัตลักษณ์เฉพาะตัวของผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานประเภทเข่งไม้ไผ่ ของอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ไม้ไผ่ขัดกันเข่งมีจำนวน 2 เส้น โดยจะต้องวางไขว่ก้นไว้ที่ก้นเข่งโดยการเสียบด้านปลายแหลมเข้าที่บริเวณมุมทั้งสี่ด้านของก้นเข่ง ไม้เสริมก้นเข่งจะต้องมีจำนวนสามเส้นการติดตั้งด้วยการสอดเข้าไปที่ช่องลายขัดระหว่างตอกเส้นตั้งกับตอกเส้นนอน บริเวณมุมทั้งสี่ด้านของก้นเข่ง จำนวน 2 เส้น และบริเวณตรงกลางก้นเข่งจำนวน 1 เส้น รวมทั้งสิ้น 3 เส้น โดยกำหนดให้ไม้เสริมก้นเข่งสอดเข้าไปที่ที่ตำแหน่งของช่องลายขัดระหว่างตอกเส้นตั้งกับตอกเส้นนอน ส่วนของลำตัวเข่งตอกเส้นตั้งจะต้องมีจำนวนด้านละ 7 คู่ ทั้งสองด้านสานเป็นลายขัดกัน รวมจำนวนเส้นตอกที่ใช้สำหรับสานเส้นตั้ง “ซัง” จำนวน 28 เส้น โดยไม้ไผ่ที่นำมาใช้สำหรับการจักสานลำตัวเข่งจะต้องใช้เนื้อไม้ไผ่ด้านที่มีผิวไม้ไผ่เท่านั้น ส่วนของลำตัวเข่งตอกเส้นนอนจะต้องใช้เส้นตอกไม้ไผ่ที่มีความยาวอย่างน้อย 4 เมตร ขึ้นไป และมีรอยต่อที่ลำตัวเข่งน้อยที่สุด โดยไม้ไผ่ที่นำมาใช้สำหรับการจักสานลำตัวเข่งจะต้องใช้เนื้อไม้ไผ่ด้านที่มีผิวไม้ไผ่เท่านั้น ส่วนปากของเข่งไม้ไผ่จะต้องสานให้ตอกไพลปากมีขนาดความสูง 6.00 เซนติเมตร จากขอบด้านบนสุดของตอกเส้นนอน “ตอกสาน” ซึ่งจะต้องสานตอกไพลปากเรียงขึ้นมาเป็นชั้นๆจำนวน 5 ชั้น โดยความสูงของปากเข่งที่สานด้วยตอกไพลปากจะมีความสูงไม่น้อยกว่า 6.00 เซนติเมตร และจะต้องทำการหักตอกเส้นตอกยืนแล้วพับสอดแทงขอบเข่งซึ่งมีเหล็กแหลมแทงเปิดนำเป็นช่องสอดแทงตอกเส้นยืนที่หักพับลงมาที่ปากเข่ง ส่วนหูของเข่งไม้ไผ่จะต้องใช้เส้นหวายหรือเส้นเชือกพลาสติก (ไนลอน) นำมาฟั้นเป็นเกลียวให้เป็นเกลียวเพื่อความแข็งแรงแล้วจึงนำมาสอด-พันเข้าไปที่บริเวณปากเข่ง (ส่วนของตอกไพลปาก) และมัดกับปากเข่งให้แน่นแล้วทำการนำเศษหวายหรือเส้นเชือกพลาสติก (ไนลอน) พันรอบส่วนของหูเข่งที่ทำการฟั้นเป็นเกลียวไว้แล้วให้แน่นเพื่อทำให้เกิดการกระชับเวลาจับหู่เข่ง โดยตำแหน่งสำหรับการติดตั้งหู่เข่งจะต้องอยู่ในตำแหน่งทิศทางเดียวกับไม้เสริมของก้นเข่ง ลักษณะของผิวเข่งไม้ไผ่จะมีสีออกเหลืองเข้มและผิวมันวาว โดยจะต้องทำการรมควัน (ย่างไฟ) โดยใช้การรมควันด้วยแกลบเป็นระยะเวลาประมาณ 3-4 วัน  

          >>>เอกสารบทความ<<<


2011. สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ 27 ถนนอินใจมี ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ 53000 โทรศัพท์ 0-5541-1096 ต่อ 1642 โทรสาร โทรศัพท์ 0-5541-1096 ต่อ 1642
By: Joomla Free Templates